ไกด์ยุคบาคุมัตสึ — สี่สไตล์ ตารางทรงกลม และการตีเหล็ก
Like a Dragon: Ishin! เป็นภาคที่ระบบเสริมเยอะที่สุดภาคหนึ่งของซีรีส์ — สี่สไตล์ต่อสู้ ตารางอัปสกิลแบบทรงกลม การ์ดทหาร ดันเจี้ยน การตีเหล็กที่ลึกที่สุดในซีรีส์ ไปจนถึงการทำนาและทำอาหารที่บ้านไร่ ไกด์นี้สรุปทุกระบบว่าคืออะไรและควรลงแรงกับอันไหนก่อน
1. สี่สไตล์ต่อสู้
- Brawler (มือเปล่า) — คล้ายสไตล์ Dragon ของคิริว ต่อยเตะและหยิบของรอบตัวมาใช้เป็นอาวุธ บล็อกอาวุธไม่ได้ แต่ปัดป้อง (parry) และสวนกลับได้ถ้าจังหวะแม่น · อาวุธพิเศษที่พกมา (หอก ปืนคาบศิลา ปืนใหญ่ ไม้กระบอง ดาบใหญ่) ใช้ในสไตล์นี้
- Swordsman (ดาบ) — ดาบคาตานะ แรงที่สุดในสี่สไตล์ บล็อกและปัดดาบของศัตรูได้ แต่ช้ากว่าและเน้นศัตรูทีละคน
- Gunman (ปืน) — ยิงระยะไกลรัวเร็ว ใช้กระสุนพิเศษที่มีเอฟเฟกต์ต่างกัน และทำให้ศัตรูทำอาวุธหล่นได้
- Wild Dancer (ดาบ + ปืน) — ถือดาบมือหนึ่งปืนมือหนึ่ง เร็วที่สุดและกวาดกลุ่มดีที่สุด แต่แรงน้อยที่สุดและไม่มีท่าป้องกันเลย
แต่ละสไตล์มีท่า Heat ของตัวเอง และเรียนท่าเพิ่มได้จาก Books of Revelations ที่ได้จากอาจารย์ฝึกสอน
การตีต่อเนื่องจะสะสม คะแนนคอมโบ (ขาดเมื่อหยุดตีไม่กี่วินาที โดนตี หรือถูกบล็อกติดกันสองครั้ง) คอมโบสูงสุดกับท่า Heat ที่ใช้จะรวมเป็น เกรดท้ายไฟต์ — เกรดยิ่งดี ค่าประสบการณ์ยิ่งเยอะ
2. ตารางทรงกลม (Sphere Grid) และการปลดผนึก
แต่ละสไตล์มีตารางทรงกลมของตัวเองสำหรับอัปสกิลและค่าสเตตัส ทรงกลมมีสองแบบ:
- ทรงกลมสี — ได้จากการสู้ด้วยสไตล์นั้น ใช้ได้เฉพาะกับตารางของสไตล์นั้น
- ทรงกลมขาว — ได้ตอนเลเวลรวมขึ้น ใช้ได้กับทุกสไตล์
ทรงกลมสียังใช้ "เขี่ย" ทรงกลมขาวที่วางไปแล้วออกมาเพื่อเอาไปใช้กับสไตล์อื่นได้ ช่องในตารางจำนวนมาก ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ต้นเกม ปลดได้ด้วยการฝึกกับอาจารย์หรือใช้ Books of Revelations เท่านั้น
3. อาจารย์ฝึกสอน และการ Limit Break
- โคมากิ — สาย Brawler (รูปแบบเดียวกับการฝึกโคมากิในภาคยุคใหม่ ต้องสู้ครบจำนวนครั้งระหว่างบทเรียน)
- กินริว — สาย Swordsman และ Wild Dancer (ต้องมีดาบระดับความหายากตามที่กำหนด และต้องชนะให้ได้เกรดตามเกณฑ์)
- วิลเลียม แบรดลีย์ — สาย Gunman (ผูกกับเนื้อเรื่องล้างแค้นกลุ่มอุรายามะ)
- ศาสตราจารย์ชินเบ — ฝึกด้วยปืนใหญ่ ฉบับดาบคือมินิเกมตีเบสบอลของซีรีส์ในคราบการฟันลูกกระสุน ส่วนฉบับปืนคือยิงตามจังหวะ
- ศาสตราจารย์จูเบ — Scarecrow Chateau ทำลายหุ่นฟางตามเวลาที่กำหนด (แนวเดียวกับการฝึกกับ Miss Tatsu ใน Yakuza 0) สองด่านในนี้ให้ Books of Revelations เป็นรางวัล
Limit Break: แต่ละสไตล์มีเพดานเลเวล 25 เมื่อเต็มเพดานและเติมทรงกลมครบทั้งตาราง ให้ไปสู้กับอาจารย์ของสไตล์นั้นเพื่อปลดเพดานเป็น 50 (ทรงกลมทั้งหมดจะถูกถอดออก แต่สกิลที่ได้แล้วยังอยู่ แล้วเติมใหม่เพื่ออัปต่อได้) · เมื่อเลเวลรวมถึง 99 ให้ไปสู้กับโคมากิ แบรดลีย์ และกินริว พร้อมกันสามคนที่สำนักโคมากิ เพื่อรีเซ็ตตัวนับเลเวลและเก็บทรงกลมเพิ่ม
4. Virtue (คุณธรรม) — สกุลเงินที่คนใหม่มักมองข้าม
Virtue ได้จากแทบทุกอย่าง: เล่นเนื้อเรื่องและ substories, ไหว้ศาลเจ้า, ซื้อของ, กินข้าวที่ร้าน, ตกปลา, เก็บผัก และการทำ Completion Point
เอาไปแลกที่ ศาลเจ้าทั่วเกียว เป็นความสามารถอำนวยความสะดวก (Quality of Life) เช่นเพิ่มช่องเก็บของหรือส่วนลดต่าง ๆ และยังเปิดร้านของนักบวชชินโตที่ขายไอเทมโดยรับเฉพาะ Virtue
แนะนำให้ลงทุนกับความสามารถสายกระเป๋าเก็บของและสายรายได้ก่อน เพราะช่วยทุกระบบที่เหลือของเกม
5. Trooper Cards และ Battle Dungeon
Battle Dungeon อยู่ที่กองบัญชาการชินเซ็นงุมิ เป็นด่านลุยเก็บของและปิดท้ายด้วยมินิบอส ภารกิจมีตั้งแต่ตามเก็บกล่องเงินที่ถูกขโมยไปจนถึงช่วยตัวประกัน
ระบบนี้ใช้ Trooper Cards (แนวเดียวกับ Clan Creator ในภาคอื่น) เลือกได้ 3 ใบต่อรอบ ใบหนึ่งวางในช่อง Corporal ที่ให้ความสามารถพิเศษเพิ่ม เช่นเพิ่มช่องการ์ดอีกใบ · ทหารในการ์ดไม่ได้ลงมาสู้ด้วย แต่ให้ความสามารถที่กดใช้เองด้วยการกด L2 + ทิศบน d-pad โดยกินเกจที่จะชาร์จกลับมาเอง
ประเภทการ์ด:
- Attack (แดง) เพิ่มพลังโจมตี · Defense (น้ำเงิน) เพิ่มพลังป้องกัน · Medical (เขียว) ฟื้นเลือด
- Support (ม่วง) เพิ่มประสิทธิภาพการ์ดใบอื่น · Assist (ส้ม) กวาดศัตรูรอบตัว/ชาร์จเกจการ์ด/ดันเกจ Heat
- Trainer (เทา) ใช้ในสนามไม่ได้ มีไว้สังเคราะห์เพิ่มพลังให้การ์ดใบอื่นเท่านั้น
การ์ดสังเคราะห์รวมกันได้เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์และความสามารถ และอาวุธในรูปการ์ดบอกว่าการ์ดใบนั้นเข้ากับสไตล์ไหน (ดาบ = Swordsman, หอก/มือเปล่า = Brawler, ปืน = Gunman)
Battle Dungeon ยังเป็นแหล่งวัตถุดิบหายากที่หาจากที่อื่นแทบไม่ได้ จึงเป็นหัวใจของการอัปเกรดอาวุธ
6. ตีเหล็ก อัปอาวุธ และ Seals
โรงตีเหล็กอยู่ที่ ราคุไก ระบบคราฟต์ของภาคนี้ละเอียดที่สุดสายหนึ่งในซีรีส์:
- อัปเกรดอาวุธ/เกราะด้วยวัตถุดิบที่เก็บได้ทั่วโลก
- Seals = ความสามารถพิเศษ ย้ายจากของชิ้นหนึ่งไปอีกชิ้นได้โดย "สังเวย" ของที่มีความสามารถนั้น ลงในช่องว่างของอีกชิ้น
- เพิ่มความหายาก (rarity) ของอุปกรณ์ = เพิ่มช่องว่างสำหรับ Seals · ค้อนที่ใช้ต่างกันตามระดับความหายากปัจจุบัน
- ทำ กระสุนพิเศษ เองได้ที่นี่
- ช่างตีเหล็กมีเลเวลของตัวเองที่ขึ้นทุกครั้งที่เราใช้เงินกับเขา ยิ่งเลเวลสูง การอัปเกรดครั้งต่อไปยิ่งง่าย
อีกจุดที่คนไม่ค่อยรู้: มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมแม่น้ำใน มุคุโรไก ที่ทำ อาวุธต้องมนตร์ ให้ได้ (ต้องสวมอาวุธต้นแบบไว้ตอนคุย) อาวุธกลุ่มนี้มีคุณสมบัติดูดเลือด — ตีศัตรูแล้วได้พลังชีวิตคืน
7. Arena, Friendship และ Another Life
- Arena — สนามประลองแบบเดียวกับภาคอื่น แต่ต้องชนะ 5 ยกติด ไม่ใช่ 3 และคู่ต่อสู้ยกสุดท้ายจะอยู่ในโหมด Heat เสมอ ชนะแล้วได้ทั้งเงินและแต้ม Arena ไว้แลกของ
- Friendship — ผูกมิตรกับชาวเมือง (และสัตว์) ได้ด้วยการให้ของที่พวกเขาชอบหรืออุดหนุนร้านซ้ำ ๆ เต็มเกจแล้วได้ Virtue และของรางวัล · มีหมา 3 ตัวและแมว 3 ตัวที่รับมาเลี้ยงได้ และพวกมันจะคาบของมีประโยชน์มาให้ที่บ้านไร่เป็นระยะ
- Another Life — ริวมะรับเป็นผู้ปกครองของ ฮารุกะ ที่พ่อแม่เสียชีวิตและทิ้งหนี้ 100 เรียวไว้ บ้านไร่หลังนี้มีทั้งจุดเซฟ เล้าไก่ แปลงผัก ครัว และห้องอาบน้ำที่ฟื้นพลังชีวิตได้
- ทำนา — ใช้ Dharma points อัปเกรดแปลงผักและหุ่นไล่กา เพื่อเพิ่มผลผลิตและปลดพืชชนิดใหม่ ผักเอาไปทำอาหาร ขาย ให้เพื่อนในเควส friendship หรือให้ฮารุกะเอาไปค้าขายทำเงินก็ได้
- ทำอาหาร — จานที่ปรุงได้ใช้บัฟก่อนไฟต์ และเป็นเงื่อนไขของ substory บางเรื่อง (เช่น A Warlord's Ambition ที่ต้องทำครบ 10 จานก่อน)
8. ทิปที่คนพลาดบ่อย
- อย่าเล่นสไตล์เดียวตลอด — ทรงกลมสีได้จากการสู้ด้วยสไตล์นั้นเท่านั้น ถ้าอยากอัปครบต้องหมุนใช้ทุกสไตล์
- Wild Dancer เร็วและกวาดกลุ่มดี แต่ไม่มีการป้องกัน ใช้กับกลุ่มลูกกระจ๊อกเท่านั้น เจอบอสให้สลับไป Swordsman
- ไหว้ศาลเจ้าและกินข้าวเป็นนิสัย — Virtue สะสมเร็วกว่าที่คิดและซื้อความสะดวกได้เยอะ
- ก่อนเข้าเนื้อเรื่องบทท้าย ๆ ให้แวะโรงตีเหล็กเช็กว่าดาบและเกราะอัปตามระดับแล้ว เพราะบอสช่วงท้ายดาเมจกระโดดสูงมาก
- Memoirs (บันทึกที่กระจายทั่วเกม) เป็นเงื่อนไขของ substory ปิดท้าย 2 เรื่องสุดท้าย (ต้องเก็บ 19 และ 25 ชิ้น) เก็บไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นเกม