ที่กองบัญชาการตำรวจ จิโร่ คาวาระและมาโกโตะ ดาเตะร่วมกันสืบสวนคดีมาเฟียจิงเวียนอย่างจริงจัง ดาเตะพบว่าคาวาระและ เบ็สโช (Bessho) เจ้าหน้าที่อาวุโสมีส่วนเกี่ยวข้องลึกซึ้งกับคดีจิงเวียนดั้งเดิมมากกว่าที่เคยเปิดเผย จนคาวาระตัดสินใจถอนตัวจากคดี พร้อมยอมรับว่าตนเป็นหนี้บุญคุณกลุ่มจิงเวียนอยู่บางอย่างซึ่งไม่อาจเปิดเผยได้ง่าย ๆ
ฝ่ายคิริวตัดสินใจว่าก้าวต่อไปของเขาคือต้องเดินทางกลับไปคันไซเพื่อตามล่าตัวริวจิ โกดะให้ถึงที่สุด ระหว่างเดินผ่านเธียเตอร์สแควร์ เขาบังเอิญพบกับ ทาคาชิ (Takashi) และแฟนสาวคนใหม่ ผู้กำลังบ่นถึงความยากลำบากในการหาเงินเลี้ยงชีพ เป็นช่วงพักสั้น ๆ ท่ามกลางความตึงเครียดของภารกิจใหญ่
เบ็สโชเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจว่าแท้จริงแล้วฝ่ายตำรวจแผนกสี่ของคามุโรโจเคยใช้ตระกูลโดจิม่าเป็นเครื่องมือสังหารกลุ่มจิงเวียนแทนที่ตำรวจจะลงมือเอง และจากสมาชิกจิงเวียนทั้งหมด 36 คนในคืนนั้น มีเพียง 33 ศพเท่านั้นที่ถูกพบ หมายความว่ายังมีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่ โดยเบ็สโชระบุว่ารู้จักผู้รอดชีวิตคนหนึ่งชื่อ มุไร (Murai) ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเคอิมะนอกเมือง นอกจากนี้ยังมีเงื่อนงำเชื่อมโยงไปถึงอดีตของคาวาระเองที่เคยพบเห็นเหตุการณ์สังหารหมู่ในปี 1980 และช่วยเหลือหญิงชาวเกาหลีนามว่า ซูยอน จอง (Suyeon Jung) ภรรยาของหัวหน้ากลุ่มจิงเวียนให้หนีรอดออกมาได้
