บทที่ 13

มืดที่สุดก่อนฟ้าสาง

Darkest Before the Dawn
สปอยล์เนื้อเรื่องของบทนี้เต็ม ๆ

ข่าวสรุปว่าเหตุระเบิดคืนก่อนคือการก่อการร้าย และศพที่พบไหม้จนพิสูจน์ตัวตนไม่ได้ ยากามิเดินหน้าสู่การไต่สวนอุทธรณ์ของเอฮาระเพื่อเปิดโปงทุกอย่างต่อสาธารณะ ระหว่างทางต้องช่วยอาคาเนะกับโคดะที่ถูก RK จับตัวไปขังไว้ที่จุดพบศพมิโคชิบะ ก่อนไคลแมกซ์สุดท้ายที่โกดังใต้ดิน ซึ่งเป็นจุดที่ยากามิกับจิน คุวานะต้องตัดสินชะตาความยุติธรรมของตัวเองคนละแบบ

เนื้อเรื่อง

ที่สำนักงานเก็นดะ โฮชิโนะรายงานว่าเหตุระเบิดคืนก่อนถูกประกาศว่าเป็นการก่อการร้าย และศพของอาไคเกะที่กู้ได้ถูกไฟไหม้จนพิสูจน์ตัวตนไม่ได้ ยากามิไปพบเรโกะ คุสุโมโตะที่ล็อบบี้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโทโต เขาเดาถูกว่าเธอขายคุวานะเพราะมิตสึรุฟื้นขึ้นมาแล้ว ไม่อยากเสียเขาไปอีกครั้ง และเพราะบันโดชี้ให้เห็นว่าลูกจะกลายเป็น "ลูกของฆาตกร" ยากามิแม้จะเห็นใจ แต่เตือนว่าซาวะกับอาไคเกะตายเพราะการปิดบังนี้ และคุวานะอาจเป็นรายต่อไป ยากามิบอกว่าแค่อยากรู้เหตุผลที่เธอทรยศคุวานะ ก่อนอวยพรให้มิตสึรุหายเร็ว ๆ

ที่โยโกฮามะ 99 ไคโตะกับซุกิอุระยังหาเบาะแสคุวานะไม่ได้ ยากามิมอบจี้ห้อยคอที่ได้จากคุวานะให้ซึคุโมะตรวจสอบ แล้วไปทบทวนคดีเอฮาระกับซาโอริ ฮิงาชิ และมาฟุยุที่สำนักงานเก็นดะ ก่อนนั่งแท็กซี่ไปเรือนจำกับซาโอริ บอกเอฮาระว่าคลิปฆาตกรรมใช้เป็นหลักฐานไม่ได้และอัยการไม่ยอมรับว่าเขาฆ่ามิโคชิบะ เอฮาระยืนยันแผนเดิมว่าจะสารภาพเองหลังพ้นโทษเพื่อประจานกฎหมาย ยากามิเดาว่าเขามีอาวุธสังหารเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนบอกเอฮาระว่าคุวานะกำลังถูกฝ่ายความมั่นคงตามล่าเพื่อเอาชีวิต แม้การสารภาพตอนนี้จะช่วยคุวานะได้ เอฮาระก็ยังปฏิเสธเพราะทั้งคู่อุทิศชีวิตให้ภารกิจนี้แล้ว ซาโอริขอให้ยากามิร่วมเป็นทนายฝ่ายจำเลยในชั้นไต่สวน

ยากามิกลับไปอิเซซากิ อิจินโจ ไคโตะเรียกให้ไปที่ที่ซ่อนของหลิวหมางโยโกฮามะ ซึ่งมีซุกิอุระ ซึคุโมะ ฮิงาชิ โฮชิโนะ และเทซโซรออยู่ ทั้ง RK และทีมนักสืบยังหาคุวานะไม่เจอ คาดว่าเขาอาจต้องการแก้แค้นคุสุโมโตะที่ทรยศ โฮชิโนะกับฮิงาชิสืบจากภรรยาเอฮาระไม่ได้อะไรเพิ่ม เพราะเธอย้ายออกไปตั้งแต่โทชิโระเสียและตัดขาดจากข่าวคราวของเขาไปแล้ว RK ยังคงป่วนร้านของหลิวหมางในอิจินโจต่อไป แต่ทีมยังหาตัวโซมะไม่พบ ยากามิพักค้างคืนที่ที่ซ่อนนั้น

ซึคุโมะเปิดจี้ห้อยคอพบการ์ด SD ชนิดเขียนทับไม่ได้ที่บรรจุคลิปฆาตกรรมมิโคชิบะต้นฉบับ ใช้เป็นหลักฐานในศาลได้จริง เชื่อว่าคุวานะฝากไว้เพราะกลัวจะไม่รอดจากฝ่ายความมั่นคง ยากามิยิ่งมุ่งมั่นจะเปิดโปงคุวานะ เอฮาระ และศิษย์เก่าคุโรคาวะเพื่อล่อฝ่ายความมั่นคงออกมา ระหว่างนั้นมัตสึอิเข้ามาแจ้งว่า RK ตีสนิทกับอาคาเนะจนได้ข้อมูลว่านักเรียนคนไหนสำคัญกับยากามิที่สุด เธอเผลอบอกชื่อโคดะไปโดยไม่ทันคิด แล้วจับตัวทั้งคู่ไปขังไว้ที่จุดที่เคยพบศพมิโคชิบะ เสียงปริศนาสั่งให้มาคนเดียวโดยห้ามแจ้งตำรวจ ซึคุโมะติดต่อไคโตะกับฮิงาชิให้รีบไปสมทบ

ทั้งสี่คนพร้อมโดรนของซึคุโมะไปถึงที่เกิดเหตุ วางแผนล่อเป้าด้วยควันแล้วแยกกันจัดการศัตรู หลังปลดปล่อยตัวประกัน อาคาเนะขอโทษโคดะที่พลั้งปาก ก่อนโซมะจะปรากฏตัว เขาบอกว่าคุวานะวางแผนเปิดเผยตำแหน่งศพคาวาอิบนอินเทอร์เน็ต แล้วประกาศว่าตัวเองคือความชั่วที่จำเป็นเพื่อรักษาความสงบ ยืนยันว่าการตายของซาวะชอบธรรมเพราะเธอเป็นคนเดียวที่สงสัยว่าคุวานะเกี่ยวข้องกับมิโคชิบะ พร้อมส่งต่อคำขอจากคุสุโมโตะให้ยากามิไม่เอ่ยชื่อเธอในชั้นศาล ยากามิพุ่งเข้าใส่แต่ถูกยิงเข้าท้องจนทุกคนตกใจ — ก่อนรู้ว่าเป็นแค่ลูกปืนสี ขณะที่โซมะหนีไปแล้ว

หนึ่งเดือนต่อมา การไต่สวนอุทธรณ์ของเอฮาระเริ่มขึ้น มีทาคาโนะเป็นอัยการ ยากามิกับซาโอริเป็นทนายฝ่ายจำเลย ซาโอริชี้จุดอ่อนของหลักฐานเดิม: ชายที่อยู่กับมามิยะในรถไฟคือตัวปลอม และคดีอนาจารมีไว้เพื่อสร้างข้อแก้ตัว ยากามิแสดงจุดบอดกล้องที่สถานีชินจุกุซึ่งเป็นจุดสลับตัว เอฮาระถูกเรียกขึ้นให้การ อ้างว่ารู้ตำแหน่งศพจาก "ความฝัน" ก่อนยากามิกับเอฮาระค่อย ๆ เชื่อมโยงว่ามิโคชิบะเคยรังแกโทชิโระ ทาคาโนะแย้งว่าขัดกับคำให้การของมามิยะ แต่ยากามิชี้ว่าเธอเองก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่ให้การเท็จ พร้อมชี้ว่าทั้งคนที่ช่วยหยุดเอฮาระและคนที่ถ่ายคลิปในวันนั้นก็เป็นศิษย์เก่าคุโรคาวะทั้งหมด เช่นเดียวกับซาวะครูของโทชิโระ

เอฮาระกล่าวหาว่าทนายพูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน ยากามิจึงนำการ์ด SD ต้นฉบับมาเป็นหลักฐาน ทาคาโนะแย้งว่ายังไม่ใช่หลักฐานการฆ่าคน ยากามิอธิบายว่าตัวปลอมใช้หน้ากากพิมพ์สามมิติ สังเกตได้จากปากที่ไม่เคยขยับ แล้วเอ่ยชื่อคุวานะซึ่งไม่เคยปรากฏในหลักฐานที่ยื่นศาลมาก่อน ก่อนเปิดคลิปเสียงที่ซาวะสารภาพเรื่องการกลั่นแกล้งของโทชิโระ พร้อมขู่จะลบคลิปถ้าเอฮาระไม่ยอมพูดความจริง เพราะมีเพียงตัวเขาที่ถือหลักฐานชิ้นนี้ไว้ ในที่สุดเอฮาระอดกลั้นไม่ไหว ด่าทอระบบยุติธรรมกลางศาลและยอมรับว่าตั้งใจฆ่ามิโคชิบะเพื่อทำให้กฎหมายอับอาย สื่อมวลชนในห้องพิจารณาคดีรีบออกไปเขียนข่าว เอฮาระยืนยันว่ามีอาวุธสังหารซ่อนอยู่ที่แท่นบูชาของโทชิโระจริง ยากามิกล่าวปิดคดีว่ากฎหมายล้มเหลวที่จะให้ความยุติธรรมแก่ครอบครัวเอฮาระ ศาลจึงเลื่อนการไต่สวนจนกว่าจะพบอาวุธสังหาร

ทาคาโนะแจ้งว่าตำรวจคานางาวะพบอาวุธสังหารแล้ว และขอบคุณยากามิที่ทำให้เขากลับมาเห็นคุณค่าของการรักษากฎหมายอีกครั้ง คุสุโมโตะกับบันโดมาขอคุยกับยากามิตามลำพัง เธอได้รับจดหมายจากคุวานะเกือบหนึ่งเดือนก่อน บอกตำแหน่งศพคาวาอิ และขอให้เขาคุยกับยากามิผ่านโทรศัพท์ของเธอหลังคดีเอฮาระจบ คุวานะโทรมาเองทั้งที่รู้ว่าฝ่ายความมั่นคงตามรอยสายอยู่ บอกว่ายืนอยู่ข้างศพคาวาอิตอนนี้ และไม่ถือโทษที่เธอทรยศ เพราะการทรยศนั้นทำให้มิตสึรุฟื้นขึ้นมา เขาบอกว่าอยู่ในอิจินโจและยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้วก่อนวางสาย ยากามิให้ซึคุโมะช่วยหาตำแหน่งแล้วรีบกลับอิจินโจ

ซึคุโมะแจ้งว่าคุวานะปล่อยภาพศพแช่แข็งของคาวาอิลงอินเทอร์เน็ต และหาพิกัดจากภาพได้ ศพอยู่ในโกดังของบริษัทที่ใช้ชื่อเดียวกับเจ้าของบาร์ Siren ยากามิรวมทีมกับไคโตะ ซุกิอุระ และฮิงาชิ แต่ถูก RK โจมตีก่อนถึงที่หมาย เมื่อเอาชนะได้ ตำรวจที่มาถึงพยายามควบคุมตัวทั้งสี่ แต่วาตานาเบะกับซากุไรมาห้ามไว้ไม่ทัน มัตสึอิ อาคาเนะ และซากากิใช้กล้องมือถือบันทึกภาพเจ้าหน้าที่จนทีมหนีออกมาได้ ขณะที่เทซโซกับสมาชิกหลิวหมางช่วยยื้อเจ้าหน้าที่ที่เหลือ

ทั้งสี่บุกเข้าไปในโกดังชายฝั่งพร้อมโดรนของซึคุโมะสำรวจพื้นที่ ฝ่าลูกน้อง RK จำนวนมากจนเข้าไปถึงส่วนลึกสุดของโกดังใต้ดิน ฮิงาชิ ไคโตะ และซุกิอุระผลัดกันคุ้มกันด้านหลังจนหาทางใช้รถยกพังประตูได้สำเร็จ ภายในพบว่า RK เจอตู้แช่ที่มีศพคาวาอิ ขณะที่คุวานะพยายามฆ่าโซมะด้วยการทิ้งกล่องของใส่ เมื่อทั้งสี่มาถึง คุวานะเปิดเผยตัว ทุกคนร่วมต่อสู้กับสมาชิก RK ก่อนยากามิลากตัวโซมะเข้าห้องเย็นและเอาชนะเขาได้ ทิ้งท้ายว่าเมื่อโซมะตื่นขึ้นมา บันโดจะทิ้งให้เขาเน่าอยู่ในคุกตามลำพังโดยไม่เหลือเงามืดคุ้มหัวอีกแล้ว

คุวานะเปิดไพ่ใบสุดท้าย เขาวางระเบิดไว้กับตู้แช่ศพ ถ้าถูกดึงออกมาก็จุดชนวนได้จากระยะไกล ยากามิกับคุวานะถกเถียงกันเรื่องแรงจูงใจเป็นครั้งสุดท้าย ยากามิต้องการความยุติธรรมให้ซาวะ ส่วนคุวานะไม่อยากให้มิตสึรุถูกตราหน้าว่าเป็นลูกของฆาตกร ทั้งสองซัดกันเป็นครั้งสุดท้ายโดยยากามิไม่ยั้งมืออีกต่อไป และเอาชนะคุวานะได้ในที่สุด คุสุโมโตะมาถึงพอดี บอกคุวานะว่าเห็นสีหน้าทรมานที่ค้างอยู่บนศพคาวาอิแล้วตัดสินใจมอบตัว เพราะไม่อยากให้เขาแบกความลับของเธอต่อไปอีก คุวานะแตกสลายลงต่อหน้าเธอ ไม่อาจหันหนีความเสียหายที่ตัวเองก่อขึ้นได้อีกต่อไป

คุสุโมโตะโทรบอกลูกชายต่อหน้าวาตานาเบะกับซากุไรว่าอาจไม่ได้กลับไปหาเขาสักพัก มิตสึรุบอกว่ารู้มาตลอดว่าแม่ซ่อนเรื่องเจ็บปวดบางอย่างไว้ และตอนนี้พร้อมยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเพื่อคอยสนับสนุนเธอ ขณะเดียวกัน ทาคาโนะกับมาฟุยุเผชิญหน้าบันโดในห้องทำงานด้วยหลักฐานความเชื่อมโยงกับโซมะที่ถูกจับในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าซาวะแล้ว บันโดเตือนว่าการเปิดเผยเรื่องนี้จะกระทบคนมีอำนาจจำนวนมาก แต่ทั้งคู่ไม่หวั่นไหว เพราะได้ภาพกล้องวงจรปิดที่ติด RK ในอพาร์ตเมนต์ของซาวะคืนมาจากคู่แข่งทางการเมืองของบันโดแล้ว

เอฮาระถูกจับข้อหาฆ่ามิโคชิบะ คุสุโมโตะถูกจับข้อหาฆ่าคาวาอิ ทั้งคู่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเต็มที่ ส่วนคุวานะยังคงสูญหายไป ที่สำนักงานนักสืบยากามิ ทุกคนมารวมตัวกันกินซูชิที่ฮิงาชิเป็นคนซื้อมาด้วยเงินของยากามิ ยากามิรำลึกถึงครั้งสุดท้ายที่เจอคุวานะที่โกดัง เขายอมให้เอาศพคาวาอิไปแต่เลือกหายตัวไปเอง ยากามิยอมให้เขาไปเพื่อไม่ให้ฝ่ายความมั่นคงได้แพะรับบาปตามต้องการ อีกทั้งไม่มีหลักฐานพอจะเอาผิดเขาในคดีฆาตกรรมทั้งหมดที่ก่อไว้ ก่อนแยกจากกัน คุวานะพูดว่ากฎหมายบกพร่องและเขาจะเปิดโปงความล้มเหลวของมันต่อไป ยากามิเห็นด้วยว่ากฎหมายไม่สมบูรณ์ แต่เชื่อว่ามันแก้ไขตัวเองได้ตามเวลา และเขาจะอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยคนที่กฎหมายช่วยไม่ทันด้วยวิธีของตัวเอง ซึ่งต่างจากวิธีของคุวานะ

ปิดท้ายที่ถนนอิเซซากิ กลุ่มนักเรียนที่เคยเป็นฝ่ายรุมกลับกลายเป็นคนที่ลุกขึ้นห้ามการกลั่นแกล้งเสียเอง และข่าวรายงานว่ามีคนแจ้งเบาะแสนิรนามระบุที่ตั้งศพเหยื่ออีกห้าราย ซึ่งทุกคนล้วนเคยเป็นคนกลั่นแกล้งคนอื่นมาก่อน

ตัวละครที่มีบทบาทในบทนี้

  • อากิฮิโระ เอฮาระ — สารภาพกลางศาลว่าตั้งใจฆ่ามิโคชิบะเพื่อประจานระบบยุติธรรม
  • เรโกะ คุสุโมโตะ — เข้ามอบตัวหลังเห็นสีหน้าคาวาอิบนศพ และยอมรับผิดต่อหน้าคุวานะ
  • คาซึกิ โซมะ — พ่ายแพ้ยากามิในห้องเย็นของโกดังใต้ดิน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมตามลำพัง
  • จิน คุวานะ — เปิดไพ่ใบสุดท้ายด้วยระเบิดที่ตู้แช่ศพ ก่อนพ่ายแพ้และหายตัวไปในที่สุด
  • ซาดาโอะ ทาคาโนะ — อัยการฝ่ายโจทก์ในชั้นอุทธรณ์ ที่สุดท้ายขอบคุณยากามิที่ทำให้เชื่อในกฎหมายอีกครั้ง
  • ฮิเดมิ บันโด — ถูกทาคาโนะกับมาฟุยุเผชิญหน้าด้วยหลักฐานความเชื่อมโยงกับโซมะ

ศึกสำคัญ

  • RK ที่ที่กักขังอาคาเนะและโคดะ — จุดพบศพมิโคชิบะเดิม ก่อนเผชิญหน้ากับคาซึกิ โซมะ
  • RK ระหว่างทางไปโกดังชายฝั่ง — ก่อนวาตานาเบะกับซากุไรเข้าช่วยจากตำรวจที่จะควบคุมตัวทีมยากามิ
  • คาซึกิ โซมะ ที่ห้องเย็นในโกดังใต้ดิน — ศึกตัดสินที่ยากามิเอาชนะได้เด็ดขาด
  • จิน คุวานะ — ศึกสุดท้ายของบทและของเกม ก่อนคุสุโมโตะจะมาถึงและเข้ามอบตัว

เส้นทางภารกิจในบทนี้

  1. พบคุสุโมโตะที่โรงพยาบาล แล้วมอบจี้ห้อยคอให้ซึคุโมะตรวจสอบ
  2. ทบทวนคดีกับทีมที่สำนักงานเก็นดะ แล้วไปเรือนจำกดดันเอฮาระอีกครั้ง
  3. พักที่ที่ซ่อนของหลิวหมางโยโกฮามะ รอเบาะแสคุวานะ
  4. รีบไปช่วยอาคาเนะและโคดะที่จุดพบศพมิโคชิบะ แล้วเผชิญหน้าโซมะ
  5. ขึ้นให้การในชั้นไต่สวนอุทธรณ์ของเอฮาระ เปิดหลักฐานทีละชิ้นจนเขายอมสารภาพ
  6. รับสายจากคุวานะผ่านโทรศัพท์ของคุสุโมโตะ แล้วรีบกลับอิจินโจ
  7. ฝ่า RK เข้าไปยังโกดังชายฝั่งพร้อมทีม ต่อสู้กับโซมะในห้องเย็น
  8. เผชิญหน้าคุวานะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนคุสุโมโตะจะมาถึงและตัดสินใจมอบตัว

อ่านต่อในภาคนี้