บทที่ 1

หนีจากบ้านเกิด

Escaping Home
สปอยล์เนื้อเรื่องของบทนี้เต็ม ๆ

ปี ค.ศ. 1866 สิบปีหลังเรือรบอเมริกันแล่นเข้าอ่าวเอโดะและใช้แสนยานุภาพทางทหารบีบให้รัฐบาลโทกุงาวะเซ็นสนธิสัญญาการค้าที่เสียเปรียบ ยอมยกผลประโยชน์มหาศาลให้พ่อค้าอเมริกันและเปิดประเทศที่ปิดตัวเองมา 250 ปี อำนาจของบาคุฟุก็สั่นคลอนไปทั่วญี่ปุ่น กลุ่มเคลื่อนไหวต่าง ๆ ผุดขึ้นทั้งฝ่ายที่ต้องการปฏิรูประบบศักดินาและฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาลโทกุงาวะไปเลย ริวมะ ซากาโมโตะ กลับบ้านเกิดที่แคว้นโทสะช่วงต้นปี 1866 หลังไปฝึกดาบที่เอโดะหนึ่งปี แล้วโดนจับตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เพราะไปอัดซามูไรชั้นสูงสองคนที่ข่มขู่หญิงชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งไม่ยอมก้มคำนับให้ทันเวลาที่ทั้งสองเดินผ่าน ทั้งที่เธอกำลังรีบพาลูกสาวที่ป่วยไปหาหมอ

คนที่มาประกันตัวเขาออกจากคุกคือ โยชิดะ โทโย พ่อบุญธรรมและข้าหลวงประจำแคว้น หนึ่งในแกนนำ พรรคภักดีโทสะ พันธมิตรซามูไรที่เพิ่งก่อตั้งไม่นาน มีเป้าหมายล้มระบบชนชั้นอันแข็งทื่อของยุคเอโดะ โทโยชวนริวมะเข้าร่วมพรรคทันที และริวมะก็ตอบรับโดยไม่ลังเล หลังจากพูดคุยทันเหตุการณ์กับโทโยแล้ว ริวมะแวะไปหา ทาเคจิ ฮันเปตะ เพื่อนรักตั้งแต่เด็กที่เป็นสมาชิกพรรคภักดีโทสะเช่นกัน ทาเคจิพาเขาไปแนะนำตัวกับสมาชิกคนอื่นในพรรค แล้วสร้างความไม่พอใจไปทั่วด้วยการแต่งตั้งริวมะเป็นมือขวาของตัวเองทันทีทั้งที่เพิ่งกลับมา โดยเฉพาะ โอกาดะ อิโซ สมาชิกที่ภักดีต่อทาเคจิที่สุดคนหนึ่ง ที่ไม่พอใจถึงขั้นลงไม้ลงมือท้าดวลกับริวมะ

ไม่กี่คืนต่อมา โทโยเรียกริวมะกับทาเคจิไปคุยที่ห้องทำงานส่วนตัว เพื่อวางแผนกดดันเจ้าแคว้น ยามาอุจิ โยโด ให้ยอมทำตามข้อเรียกร้องปฏิรูปของพรรค แต่การประชุมถูกขัดจังหวะโดยนักฆ่าสวมหน้ากากที่บุกเข้ามาฟันโทโยจนบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนีไป ทาเคจิวิ่งไล่ตามฆาตกรทันที ส่วนริวมะพยายามห้ามเลือดและช่วยเหลือโทโย แต่บาดแผลสาหัสเกินกว่าจะรอด โทโยเสียชีวิตต่อหน้าเขา ไม่นานหลังจากนั้นทหารยามของแคว้นบุกเข้ามาในห้องและเข้าใจผิดว่าริวมะเป็นคนฆ่าโทโยเอง เขาจึงต้องรีบหนีออกจากบ้าน

ริวมะวิ่งออกมานอกบ้านของโทโยและพบว่าทาเคจิกำลังปะทะดาบอยู่กับนักฆ่าสวมหน้ากากคนเดิม ทาเคจิใช้ท่วงท่าดาบที่คุ้นเคยแต่กลับเสียเปรียบ เพราะฆาตกรใช้วิชาดาบที่แปลกตาไม่เหมือนสำนักไหนที่ริวมะเคยเห็น ทาเคจิถูกฟันบาดเจ็บ ริวมะจึงกระโดดเข้าช่วยสู้ต่อ แต่ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งฆาตกรไว้ได้ทัน ปล่อยให้มันหนีลับหายไปในความมืด หลังเหตุการณ์ ริวมะเองก็ต้องหนีออกจากแคว้นโทสะในฐานะผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมพ่อบุญธรรมของตัวเอง เขาสาบานกับทาเคจิว่าจะกลับมาล้างมลทินให้ได้เมื่อจับตัวฆาตกรตัวจริงได้สำเร็จ

เนื้อเรื่อง

โทโยในฐานะข้าหลวงมองว่าระบบชนชั้นของยุคเอโดะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาแคว้น จึงรวมกลุ่มกับซามูไรหัวก้าวหน้าตั้งพรรคภักดีโทสะขึ้นมา ริวมะเข้าร่วมเพราะความเชื่อใจในตัวโทโยมากกว่าอุดมการณ์ ส่วนการที่ทาเคจิแต่งตั้งริวมะเป็นมือขวาทันทีที่กลับมา ทำให้โอกาดะ อิโซ สมาชิกเก่าแก่ของพรรค ไม่พอใจถึงขั้นท้าดวล

นักฆ่าสวมหน้ากากที่บุกสังหารโทโยใช้วิชาดาบแปลกตาที่ทั้งทาเคจิและริวมะต่างพ่ายให้ ไม่อาจหยุดยั้งไว้ได้ ความจริงที่ริวมะต้องหนีออกจากบ้านเกิดในฐานะผู้ต้องหาฆ่าพ่อบุญธรรมของตัวเอง ทั้งที่เพิ่งกลับมาไม่กี่วัน คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางตามหาฆาตกรตัวจริงที่จะพาเขาไปไกลจากโทสะ

ตัวละครที่มีบทบาทในบทนี้

  • ริวมะ ซากาโมโตะ — ซามูไรหนุ่มที่เพิ่งกลับจากฝึกดาบที่เอโดะ ถูกใส่ร้ายว่าฆ่าพ่อบุญธรรมของตัวเองในคืนที่เขาต้องเห็นการตายนั้นด้วยตาตัวเอง
  • โยชิดะ โทโย — ข้าหลวงแคว้นโทสะและพ่อบุญธรรมของริวมะ แกนนำพรรคภักดีโทสะที่ถูกนักฆ่าสวมหน้ากากสังหาร
  • ทาเคจิ ฮันเปตะ — เพื่อนรักตั้งแต่เด็กของริวมะ แต่งตั้งให้ริวมะเป็นมือขวาของตัวเองในพรรคภักดีโทสะทันทีที่เขากลับมา และร่วมสู้กับนักฆ่าในคืนเกิดเหตุ
  • โอกาดะ อิโซ — สมาชิกพรรคภักดีโทสะที่ภักดีต่อทาเคจิ ไม่พอใจที่ริวมะได้ตำแหน่งมือขวาจนถึงขั้นท้าดวล
  • ยามาอุจิ โยโด — เจ้าแคว้นโทสะ เป้าหมายที่พรรคภักดีโทสะต้องการกดดันให้ยอมปฏิรูป

ศึกสำคัญ

  • นักฆ่าสวมหน้ากากนิรนาม — บุกเข้ามาสังหารโยชิดะ โทโย ระหว่างการประชุมลับ ทาเคจิสู้ก่อนแล้วริวมะเข้าช่วยต่อ แต่ทั้งคู่หยุดยั้งมันไว้ไม่ได้

เส้นทางภารกิจในบทนี้

  1. เดินทางกลับเข้าแคว้นโทสะหลังฝึกดาบที่เอโดะครบหนึ่งปี
  2. เข้าไปช่วยหญิงชาวบ้านที่ถูกซามูไรชั้นสูงข่มขู่ จนถูกจับกุม
  3. ได้รับการประกันตัวจากโยชิดะ โทโย แล้วตอบรับเข้าร่วมพรรคภักดีโทสะ
  4. ไปพบทาเคจิ ฮันเปตะ และเผชิญหน้ากับโอกาดะ อิโซ
  5. เข้าร่วมประชุมวางแผนกับโทโยและทาเคจิในคืนที่ถูกลอบสังหาร
  6. ต่อสู้กับนักฆ่าสวมหน้ากากนอกบ้านของโทโยร่วมกับทาเคจิ
  7. หลบหนีออกจากแคว้นโทสะในฐานะผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม

เกร็ดน่ารู้

  • ชื่อบทภาษาญี่ปุ่นคือ 土佐、脱藩 (Tosa, Dappan) แปลตรงตัวว่า "โทสะ, การหนีออกจากแคว้น"

อ่านต่อในภาคนี้