ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา แกนนำชินเซ็นงุมิที่เหลือวางแผนบุกปราสาทของยามาอุจิที่โทสะ ซึ่งเป็นที่ที่ทาเคจิกับเจ้าแคว้นกำลังปั่นให้ซัตโจกับบาคุฟุทำสงครามกัน ก่อนออกเรือ ริวมะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มกับโอเรียว ทั้งกินข้าว ร้องเพลง และไปไหว้พระที่วัดคิโยมิซุด้วยกัน
การบุกปราสาทคือด่านสุดท้ายของเกม ทีมสี่คน (ริวมะ ฮิจิกาตะ โอกิตะ นางาคุระ) ฝ่าทั้งมิมาวาริงุมิของซาซากิ กลุ่มโกเรียวเอจิของอิโต และทหารอังกฤษที่เป็นพันธมิตรของทาเคจิ ก่อนที่ริวมะจะขึ้นไปถึงห้องของทาเคจิเพียงลำพัง
ริวมะด่าทาเคจิที่ทรยศโยชิดะ โทโย เพียงเพื่อสนองความกระหายอำนาจ แต่ทาเคจิยืนยันว่าที่สั่งฆ่าโทโยเพราะเขาประนีประนอมเกินไป ญี่ปุ่นต้องการผู้นำที่เด็ดขาดและโหดพอจะปฏิรูปประเทศก่อนถูกชาติตะวันตกกลืนกิน ทั้งสองดวลกันจนริวมะเอาชนะเพื่อนรักได้ แต่ไม่ยอมฆ่า และบอกว่าจะพาเขาไปดูวิธีนำพาประเทศที่ดีกว่านี้ ทาเคจิเริ่มยอมรับว่าลำพังกำลังอาวุธเพียงอย่างเดียวไม่อาจกอบกู้ญี่ปุ่นได้จริง — แต่ยามาอุจิโผล่มายิงทั้งริวมะและทาเคจิ พร้อมประกาศว่าจะเปลี่ยนญี่ปุ่นเป็นอาณานิคมของอังกฤษโดยใช้โทสะเป็นฐานที่มั่น แล้วตั้งตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดคนใหม่ เมื่อพวกพ้องของริวมะฝ่าเข้ามาช่วยต้อนยามาอุจิจนมุม ริวมะยืนยันว่าญี่ปุ่นยืนด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งชาติตะวันตก และเป็นคนปิดฉากยามาอุจิด้วยมือตัวเอง
สองปีให้หลัง ทาเคจิสวมตัวตนของยามาอุจิเพื่อผลักดันการปฏิรูปเมจิให้สำเร็จ นากาโอกะที่รอดชีวิตจากบาดแผลเริ่มเขียนนิยายเกี่ยวกับริวมะในนามปากกา "ซากาซากิ ชินรัง" ส่วนริวมะเลือกทิ้งชื่อของตัวเองแล้วใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในชนบทในนาม "ไซโต" — ปิดท้ายด้วยฉากยุคปัจจุบันที่พ่อลูกคู่หนึ่งยืนมองรูปปั้นซากาโมโตะ ริวมะ พ่อบอกให้ลูกชายเดินตามเขาไปก่อนจนกว่าจะพบเส้นทางของตัวเอง เปรียบเทียบกับที่ผู้คนญี่ปุ่นเดินตามอุดมการณ์ของริวมะมาจนถึงยุคปัจจุบัน
เนื้อเรื่อง
คำอธิบายของทาเคจิที่ว่าเขาสั่งฆ่าโยชิดะ โทโยเพราะมองว่าโทโยประนีประนอมเกินไป เผยตรรกะที่ทาเคจิใช้หลอกตัวเองมาตลอดหลายปี — เชื่อว่าความรุนแรงและการหลอกลวงเป็นราคาที่ยอมจ่ายได้เพื่อปฏิรูปประเทศให้ทันชาติตะวันตก การที่ริวมะเอาชนะแต่เลือกไม่ฆ่าเพื่อนรัก แล้วเสนอหนทางอื่นแทน ทำให้ทาเคจิเริ่มยอมรับเป็นครั้งแรกว่าลำพังกำลังอาวุธเพียงอย่างเดียวไม่อาจกอบกู้ญี่ปุ่นได้จริง
การปรากฏตัวของยามาอุจิในนาทีสุดท้ายเฉลยว่าเจ้าแคว้นคือผู้บงการตัวจริงเบื้องหลังแผนทั้งหมด วางแผนใช้อังกฤษเปลี่ยนญี่ปุ่นเป็นอาณานิคมโดยตั้งตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด การยิงทั้งริวมะและทาเคจิพร้อมกันแสดงว่าสำหรับยามาอุจิ ทั้งคู่เป็นเพียงเครื่องมือที่หมดประโยชน์แล้ว
ตัวละครที่มีบทบาทในบทนี้
- ริวมะ ซากาโมโตะ — เผชิญหน้ากับทาเคจิเป็นครั้งสุดท้าย เลือกไม่ฆ่าเพื่อนรัก และเป็นคนปิดฉากยามาอุจิ
- โอเรียว — ใช้เวลาทั้งวันสุดท้ายก่อนออกศึกกับริวมะที่วัดคิโยมิซุและในเมือง
- ฮิจิกาตะ โทชิโซ, โอกิตะ โซจิ, นางาคุระ ชินปาจิ — สมาชิกที่เหลือของชินเซ็นงุมิ ร่วมบุกฝ่าปราสาทของยามาอุจิที่โทสะ
- ทาเคจิ ฮันเปตะ — เผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับริวมะ ยอมรับว่ากำลังอาวุธเพียงอย่างเดียวกอบกู้ญี่ปุ่นไม่ได้ ก่อนสวมตัวตนของยามาอุจิในเวลาต่อมา
- ยามาอุจิ โยโด — เฉลยว่าเป็นผู้บงการที่แท้จริง วางแผนใช้อังกฤษเปลี่ยนญี่ปุ่นเป็นอาณานิคม ถูกริวมะปิดฉาก
- นากาโอกะ ชินทาโร — รอดชีวิตจากบาดแผลในบทก่อน เริ่มเขียนนิยายเกี่ยวกับริวมะภายใต้นามปากกา "ซากาซากิ ชินรัง"
ศึกสำคัญ
- มิมาวาริงุมิ โกเรียวเอจิ และทหารอังกฤษ — ทีมสี่คนของชินเซ็นงุมิฝ่าแนวป้องกันทั้งหมดที่ปราสาทของยามาอุจิในโทสะ
- ทาเคจิ ฮันเปตะ — ดวลตัวต่อตัวครั้งสุดท้าย ริวมะชนะแต่ไม่ยอมฆ่า
- ยามาอุจิ โยโด — เผชิญหน้าหลังยิงทั้งริวมะและทาเคจิ ริวมะเป็นคนปิดฉาก
เส้นทางภารกิจในบทนี้
- ใช้เวลาสุดท้ายกับโอเรียวที่วัดคิโยมิซุก่อนออกเดินทาง
- เดินทางไปโทสะพร้อมฮิจิกาตะ โอกิตะ และนางาคุระ
- บุกฝ่ามิมาวาริงุมิ โกเรียวเอจิ และทหารอังกฤษเข้าปราสาทของยามาอุจิ
- ดวลตัวต่อตัวกับทาเคจิในห้องส่วนตัว
- เผชิญหน้ากับยามาอุจิหลังถูกยิงทั้งคู่ แล้วปิดฉากเขาลง
เกร็ดน่ารู้
- ชื่อภาษาญี่ปุ่นของทั้งเกมคือ 龍が如く 維新! (Ryū ga Gotoku Ishin!) ส่วนฉบับรีเมคปี 2023 ที่วางขายทั่วโลกใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Like a Dragon: Ishin! ต่างจากเกมต้นฉบับปี 2014 ที่วางขายเฉพาะในญี่ปุ่น
อ่านต่อในภาคนี้
- หน้ารวม Like a Dragon: Ishin! — รายชื่อบททั้งหมด ข้อมูลภาค และม็อดแปลไทย
- เควสเสริมทั้งหมด — จุดรับงาน เงื่อนไขปลดล็อก และสรุปแต่ละเควส
- ไกด์ยุคบาคุมัตสึ — สี่สไตล์ ตารางทรงกลม และการตีเหล็ก
